หน้าเว็บ

27 มิ.ย. 2554

มีอะไรใหม่ใน Chromebook กันแน่?

รูปภาพ: Samsung Chromebook Series 5 Titan Silver 3G

17 มิถุนายน 2554 - ในอาทิตย์นี้เราจะได้เห็นการเปิดตัวของ Chromebook เครื่องแรกกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใด Google ได้โฆษณาถึง feature ต่างๆ ซึ่งไม่ได้ใหม่อะไร หรือถ้าว่ากันตามจริงคือ feature เหล่านี้ก็มีอยู่ในคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันอยู่แล้ว ไม่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

Chromebook โดยพื้นฐานแล้วคือ netbook 3G ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการที่ปลอดภัยแต่จำกัดมากๆ ที่ชื่อว่า Google Chrome OS ซึ่งมันถูกพัฒนามาจาก Gentoo Linux ซึ่งเป็น Linux รุ่นที่เปิดให้ปรับแต่งส่วนต่างๆ ได้มากและทำงานได้อย่างรวดเร็ว แต่ถูกตัดลงให้ทำงานแค่โปรแกรมเดียว นั่นคือ Chromium Web Browser ทุก Chrome app เป็นโปรแกรมที่ทำงานใน web browser ทั้งสิ้น ซึ่งมีบางโปรแกรมที่ใช้ประโยชน์จาก feature ล่าสุดและยอดเยี่ยมที่สุดจาก HTML5 ที่ให้ประสบการณ์เหมือนใช้งาน desktop pc ทั่วไป

เราได้มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ในการพัฒนา extension ลงไปใน Chrome browser และได้ลองเล่นกับ Chromium OS (ซึ่งก็คือตัวเดียวกันกับ Chrome OS) เมื่อมันได้ถูกประกาศออกมาเป็นครั้งแรก เพราะ Google Chrome OS แลำ Chrome browser ต่างมีพื้นฐาน code ที่เหมือนกัน เราสงสัยว่า Google มีมุมมองอย่างไรกับ 2 สิ่งนี้ในเชิงเทคนิค

เรามาดูกันดีกว่าว่าเบื้องหลังของ feature แต่ละตัวที่ถูกโฆษณา ว่า Google ให้อะไรเราบ้าง

Instant web

เพราะ Chromebook เปิดแค่ browser อย่างเดียวเท่านั้น Google ได้ลดเวลาการเปิดเครื่องลงด้วยการตัดส่วนต่างๆ ของระบบปฏิบัติการที่ซึ่งมักจะถูกโหลดขึ้นมาทิ้ง Solid State drive ที่มาพร้อมกับความเร็วในการอ่านข้อมูล สามารถโหลดส่วนที่เหลือไว้ได้อย่างรวดเร็ว

นี่ดูเหมือนจะไม่ใช่จุดขายซักเท่าไหร่นัก: ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยสนใจในเวลาการเปิดเครื่องเท่าไหร่นัก แต่พวกเขาต้องการให้คอมพิวเตอร์ของพวกเขาสามารถทำงานได้ทันที เมื่อคุณได้พูดคุยกับเจ้าของ iPad ว่าทำไมพวกเขาถึงรัก iPad นัก ซึ่งมักจะได้คำตอบกลับมาในเชิงว่า คุณเพียงแค่กดปุ่มแล้วมันก็ทำงาน ในความเป็นจริง iPad และ smart phone อื่นๆ ใช้เวลาในการเปิดและปิดเครื่อง แต่คุณไม่ค่อยได้ทำพวกนี้บ่อยนัก เมื่อ Chromebook เสนอเวลาในการ standby นาน (มีรายงานว่า สามารถอยู่ได้ถึง 1 อาทิตย์) เวลาในการเปิดเครื่องจึงไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป

แน่นอนว่ามีหลายครั้งที่โน้ตบุ้คจำเป็นต้องปิดเครื่อง แต่สำหรับหลายๆ คนแล้ว นี่ไม่ได้จำเป็นมากนัก

Always connected:

Chromebook มาพร้อมกับ 3G wireless ติดตัว เพื่อที่จะตอบสนองการเชื่อมต่อที่ติดอยู่กับตัวคุณไปทุกที่ นี่เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับโน้ตบุ้คที่พึ่งพา cloud เป็นหลัก Chromebook เครื่องแรกจะมีความจุแค่ 16 GB ซึ่งมากพอที่จะให้ OS ทำงาน แต่ไม่มากพอถ้าคุณจะจุ เพลง วีดีโอ หรือข้อมูลส่วนตัวลงไปจำนวนมาก

มันฟังดูดี ที่จะเก็บทุกอย่างไว้อยู่ใน cloud แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเกิดขาดการเชื่อมต่อจากเครือข่าย? ChromeOS เสนอวิธีแก้ปัญหานี้ทางเทคนิค แต่เพื่อที่จะอธิบาย เราจะปูพื้นฐานเกี่ยวกับ Chrome app ซักเล็กน้อย

Chrome app จริงๆ แล้วคือ โปรแกรม HTML5 หรือ Javascript ที่ถูกสร้างและถูก package ตาม Chrome Extension API แล้วถูก install ลงไปใน browser โปรแกรมจำพวก HTML5 เปิดให้เข้าถึง hdd ในเครื่องผ่านหลาย API มาตรฐานใหม่ๆ นักพัฒนาสามารถทำให้ app ของเขาทำงานแบบ offline ด้วยการเก็บข้อมูลลงไปในเครื่องโดยใช้ API เหล่านี้ และ sync กับ server หลังจากสามารถต่อเข้ากับ internet ได้ มันสามารถมองง่ายๆ ว่าเป็น cache ชั่วคราว แต่ก็เป็นมุมมองแบบพื้นๆ เกินไป ลักษณะในการเก็บข้อมูลมีลักษณะเหมือนกับฐานข้อมูล (database) มากกว่า cache ชั่วคราว ตามความเป็นจริง มันไม่มีอะไรที่บังคับให้นักพัฒนาต้องเก็บทุกอย่างไว้อยู่ใน cloud ข้อมูลสามารถถูกสร้างและจัดเก็บบนเครื่องอย่างเดียวได้เช่นกัน ถ้าต้องการ

อีกเรื่องสำคัญที่น่ารู้คือ การทำ caching ให้ดี เป็นเรื่องที่ยุ่งยากเมื่อต้องทำการ sync ระหว่างหลายๆ เครื่อง มันไม่ง่ายเลยสำหรับนักพัฒนาที่จะสร้างโปรแกรมให้ทำงานแบบ offline ได้อย่างสมบูรณ์ และ Google ไม่ได้จัดเตรียม application-level API ให้นักพัฒนาเพื่อสร้างโปรแกรมที่ sync กันได้ กล่าวคือ GMail สามารถทำงานแบบ offline จะดึงและเก็บข้อมูลจากเครื่องโดยอัตโนมัติเมื่อพบว่าการเชื่อมต่อ internet ถูกรบกวนหรือไม่แน่นอน และจะ sync เมื่อการเชื่อมต่อกลับมา (ตัวเลือกนี้ยังปิดการใช้งานชั่วคราวจนกว่าจะถึงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้)

Same experience everywhere / Friends let friends log in

พวกนี้ไม่เป็นจุดขายในคงามคิดของผม OS ในตลาดตัวอื่นๆ สนับสนุน account ผู้ใช้หลายๆ คน ที่จำกัดการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้คนอื่น ที่แตกต่างใน ChromeOS คือนอกจากข้อมูลแล้ว โปรแกรมต่างๆ ก็ผูกติดกับ account Google ของผู้ใช้นั้นด้วย ใครก็ได้สามารถ login เข้า Chromebook เครื่องไหนก็ได้ และเข้าถึงโปรแกรมและข้อมูลทั้งหมดที่เก็บไว้อยู่ใน account อย่างรวดเร็ว

Amazing web apps: 

คำโฆษณาติดปากในตลาดนี้คือ Web 2.0 ไม่ใช่แค่ app ที่ลงไว้ใน Chrome เท่านั้น Chrome สนับสนุน app อย่างที่เราบอกไปเมื่อสักครู่ ว่าเป็นโปรแกรม HTML5 และ Javascript ที่เก็บไว้อยู่ในเครื่อง บาง app อย่าง NY Times Chrome app มีการ link ไปยังหน้า web ที่เป็น HTML5 ซึ่งก็ทำงานเหมือนกับ browser ตัวอื่นๆ ที่รองรับ HTML5 อย่าง Firefox 4 app ตัวอื่นๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นอย่างดีทำงานใน browser และมีปฏิสัมพันธ์กับ web-based backend มีเพียงไม่กี่โปรแกรมที่ขณะนี้เป็น app ที่มีคุณภาพพอสำหรับระบบ iOS และ Android และแน่นอนว่าไม่มีทางเทียบประสิทธิภาพได้กับ app ที่มีอยู่ใน Windows หรือ Mac

Forever fresh: 

มีความคิดแรกๆ ว่า Google จะ update OS อยู่เรื่อยๆ และคอมพิวเตอร์ก็จะใช้เวลานานขึ้นกว่าที่มันจะล้าสมัย เราไม่คิดอย่างนั้น Chrome OS จะเหมือนกับ Chrome browser ในด้าน software ว่า update ต่างๆ จะถูกบังคับให้ลง ดังนั้นความเข้ากันได้กับรุ่นเก่า (backward compatability) จึงไม่ใช่ปัญหา นี่ทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับนักพัฒนาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องมากังวลเรื่องการสนับสนุน browser หลายๆ รุ่น แต่นั่นก็หมายถึงว่า พวกเขาจะต้องทำงานกันมากขึ้นเพื่อจะตาม update ของ browser ให้ทัน

ที่น่าสนใจคือ มีคนใน Google พัฒนา algorithm บีบอัดแบบ differential ที่มีประสิทธิภาพ ที่มีขื่อว่า Courgette เพื่อทำให้อัพเดทของ software ใน Chrome มีขนาดเล็กมากกว่ามากจากที่มันเคยเป็นไปได้ นี่หมายถึงการอัพเดทที่ไวขึ้น และใช้ bandwidth น้อยลง ในตัวอย่างของ Google ที่พูดถึง ขนาดของ software patch มีขนาดเพียง 80 KB นั่นเทียบได้กับขนาดของป้าบโฆษณา 2 ป้าย ผลที่ได้จากการที่มันมีขนาดเล็ก และอัพเดทอย่างรวดเร็วคือการยกระดับความปลอดภัยทั้งหมด เพราะ software patch สามารถกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว และไม่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกรำคาญกับ software update ที่ช้าและน่ารำคาญ

มีบางส่วนได้ยกระดับ logic ของ Chromebook ไปอย่างสุดขีด กล่าวกันว่ามันต้องการ processor ที่ดีกว่านี้เล็กน้อยสำหรับรุ่นต่อๆ ไป เพราะโลกของการคำนวณต่างๆ จะถูกประมวลผลใน server ใน cloud ทั้งหมด Google ยังอ้างว่า "Chromebook ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มันได้รับการ update" นี่อาจจะเป็นจริงในทางเทคนิค แต่ app ที่เป็น web-based ไม่มีทางที่จะมีขนาดเล็กลงเมื่อเวลาผ่านไป แนวโน้มในปัจจุบันตามความเป็นจริงคือ การพัฒนาไปสู่ web app ที่มีความหรูหรามากขึ้น ด้วย user interface ที่ถูกออกแบบมาอย่างซับซ้อนและมีเหตุผล สำหรับ app ที่ทำงานใน browser (ใช้ feature ของ HTML5) โดยทิ้งภาระหนักๆ ต่างๆ ไว้กับ server

Security built-in:

Chromebook เสนอ 2 ตัวเลือกในการทำให้ OS ปลอดภัย นั่นคือการ sandbox และ verified boot

Sandbox - ป้องกันโปรแกรมไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนอื่นๆ - ซึ่งไม่ใช่อะไรใหม่; โครงสร้างความปลอดภัยของ HTML5 ได้กัน web ต่างๆ ไม่ให้เข้าถึงข้อมูลของ web อื่นแล้ว (อย่างเช่น domain นี้ไม่สามารถเข้าถึง cookie ของอีก domain หนึ่งได้) app บน Smartphone ทำงานในเชิง เดียวกัน และข้อห้ามต่างๆ ก็ถูกใช้เช่นเดียวกันบน Chrome app ตัว Chrome Extension API มี method ให้สามารถสื่อสารกันระหว่าง application ได้ แต่มันไม่ใช่การสื่อสารโดยใช้บัสร่วม (shared bus communication) ที่เป็นแบบเดียวที่มีการสื่อสารระหว่าง app ต่อ app ตรงๆ

Verified boot เป็น feature ที่น่าสนใจ ในขณะที่ boot เครื่อง chip ตัวเข้ารหัสที่ถูกฝังมากับเครื่อง (Trusted Platform Module) ยืนยัน hash ของ boot image ที่ถูกคำนวนไว้ก่อนแล้ว เพื่อยืนยันว่ามันไม่ได้ถูกดัดแปลงโดย malware ใดๆ (หรือโดย user เก่งๆ เพื่อการนั้น)

my opinion:

เราไม่รู้เลยว่าใครที่จะต้องซื้อมันบ้าง Chromebook เป็นเพียง netbook 3G ที่มาพร้อมกับ OS ที่ปลอดภัยมากขึ้น มันไม่สามารถใช้งานโปรแกรมดังๆ ที่มีอยู่ใน Windows หรือ Mac ได้ netbook 3G ยังไม่เคยเปิดตัวมาก่อน และ tablet 3G ก็ได้ตัดกลุ่มลูกค้าในส่วนนี้ไปมากพอสมควร และมันยังดูเหมือนว่า Chromebook จะทำหน้าที่ได้ดีกับงานบางอย่างของผู้ใช้อย่างการ upload รูปภาพหรือวีดีโอจำนวนมาก Chromebook อาจเป็นคอมพิวเตอร์ตัวเสริมสำหรับการใช้เช็ค email และดูพยากรณ์อากาศ แต่ด้วยราคาที่ตั้งไว้สูง tablet อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

เราได้เห็นบางองค์กรเล็กๆ ที่ไม่มีกำลังด้าน IT พอที่จะซื้อของเหล่านี้ การจัดการฝูง Chromebook คล้ายกับการจัดการมือถือในบริษัท ไม่ค่อยเหมือนกับจัดการ PC ถ้า Chromebook เกิดปัญหาด้าน hardware ขึ้น มันสามารถถูกสับเปลี่ยนไปใช้เครื่องอื่น มันยังไม่ได้แสดงให้เห็นว่า Google จะเข้ามามีบทบาทอย่างไรในบริการส่วนนี้ - พวกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ customer support เลย

สำหรับเรา มันจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้ผลิต PC เพราะ Google กำลังจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของพวกเขา และพวกเขาสามารถวางใจใน model รุ่นย่อยๆ ที่คาดเดาได้เพื่อขาย hardware มันยังทำให้ดีดตัวเองให้สูงกว่า Microsoft เพียงเล็กน้อย

มันเป็นที่น่าสนใจที่จะมองย้อนกลับไปถึงการพัฒนาแต่ละชิ้นส่วน กว่าจะมาเป็น Chromebook: browser ตัวใหม่ที่ฉับไว, พร้อมการสนับสนุนจาก Linux วิธีการใหม่ในการ update software, offline storage API (Google Gears), extension API ตัวใหม่สำหรับการสร้าง plugin และ browser app, และ app แบบใหม่ทั้งหมดที่ทำงานบน cloud (GMail, GDocs, Picasa, GCal, และอื่นๆ) เรายังไม่ได้พูดว่าทั้งหมดเหล่านี้จะเป็นแผนระยะยาว แต่ Google ได้ยกระดับผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ดีเพื่อเป็น platform ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น