หน้าเว็บ

21 มิ.ย. 2554

วัน IPv6 โลกชี้ทางสว่าง: ปัญหาและทางแก้


7 มิถุนายน 2554 - เมื่อเข็มนาฬิกาแตะเวลาเที่ยงคืนของวันพุธที่ 8 มิถุนายน ตามเวลา UTC วัน IPv6 โลกก็ได้เริ่มต้นขึ้น หลายๆ เว็บรวมถึง Google, Facebook, YouTube, และ Yahoo จะเปิดใช้งานระบบ IPv6 เป็นระยะเวลา 24 ชม. ปัจจุบัน address ของ protocol IPv4 ที่มีขนาด 32 bits กำลังจะถูกใช้หมดไป การใช้ IPv6 ที่มีขนาด address ถึง128 bit จะทำให้เรามีใช้ไปอีกนานแสนนาน

AAAA record

เป็นที่คาดการณ์อย่างมากเรื่องจะมีผู้ใช้จำนวนหนึ่งเจอปัญหาเมื่อพวกเขาพิม "facebook login" ใน Google ในตอนเย็นวันอังคาร ในวันที่ 8 มิถุนายน หรือวัน IPv6 โลก ผู้เข้าร่วมจะเพิ่ม AAAA record ลงไปใน DNS server ซึ่งเพิ่มเติมจาก A record ธรรมดาของ address ที่เป็น IPv4 นี่ทำให้ DNS server ต้องถือข้อมูลที่อยู่เว็บของทั้ง IPv4 และ IPv6

ซึ่งขึ้นอยู่กับเวลา timeout ของ cache ว่า application ต่างๆ จะเริ่มเห็น address แบบ IPv6 ในไม่กี่นาทีถึงหลายชั่วโมง หรืออาจเพียงแค่ application ถูก restart หรือทั้งเครื่องถูก reboot ถ้าระบบไม่รองรับ IPv6 มันจะไม่สนใจ address IPv6 ใน DNS server และใช้ IPv4 เดิมแทน แต่ถ้าระบบรองรับ IPv6 ก็จะเชื่อมต่อผ่านมัน และถ้าสำเร็จ ทุกอย่างก็จะถูกส่งผ่าน IPv6 และทุกอย่างก็ทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ปัญหาสำคัญ

อย่างไรก็ตาม มันยังมีโอกาสอยู่ 3 อย่างที่เนื้อหาที่ถูกส่งผ่าน IPv6 จะสูญหายระหว่างทาง ปัญหาที่เล็กน้อยที่สุดคือ OS ในคอมพิวเตอร์หรือใน router พบว่า address แบบ IPv6 ไม่สามารถส่งไปถึงได้ ตัว OS จะบอก application ที่กำลัง request อยู่ว่า ไม่สามารถสร้าง connection นี้ได้ ซึ่งตัว OS อาจจะรู้จาก error message ของ Internet Control Message Protocol for IPv6 (ICMPv6) ที่ router ตอบกลับมา นี่มันจะเกิดขึ้นแทบจะทันที โปรแกรมที่เขียนมาดีจะลองสร้าง connection ใหม่ด้วย address ที่เป็นไปได้ รวมถึง address แบบ IPv4 ด้วย

ผมเจอปัญหาอย่างนี้ครั้งหนึ่งเมื่อตอนประชุม Internet Engineering Task Force (IETF) และเปิดให้ server ของพวกเขาใช้งานผ่านระบบ IPv6 ได้ ตัว router ที่ต่อกับ network ของห้องประชุมไม่รู้ว่าควรจะส่ง packet ที่จ่าหน้าถึง server ของ IETF ไปที่ไหน แต่เพราะ message ของ ICMPv6 ทำให้ browser ของผมกลับไปใช้ IPv4 แทน และไม่เห็นข้อผิดพลาดในการเชื่อมต่อด้วย IPv6 จนกระทั่งผมพยายามใช้ command line กับ FTP

เรื่องมันแย่ลงกว่าเดิมเมื่อไม่มี ICMPv6 ตอบกลับมา หรือ message เหล่านี้ถูกทิ้งไป ซึ่งในกรณีนี้ มันต้องใช้เวลาซักพักสำหรับระบบก่อนที่จะรู้ว่า connection นั้นไม่สำเร็จ ซึ่งนั่นทำให้ผู้ใช้จะต้องนั่งจ้องกับหน้าเปล่าๆ เป็นเวลา 10 ถึง 60 วินาที แต่ browser หลายๆ ตัวหรือ application อื่นๆ จะลองสร้าง connection ด้วย IPv4 แทน Timeout นี้สามารถเกิดขึ้นกับรูปภาพได้เช่นกัน การโหลดหน้าเว็บทั้งหน้าอาจใช้เวลานาน แต่อย่างน้อยมันก็โหลดจนเสร็จ

สถานการณ์ที่แย่ที่สุดคือ เมื่อ packet เล็กๆสามารถส่งไปถึงที่หมายยปลายทางได้ และตอบกลับมา TCP session ก็จะเริ่มขึ้น (ซึ่งในช่วงแรก TCP setup packet จะมีขนาดเล็ก) แต่เมื่อ packet ขนาดใหญ่ๆ ที่ขนข้อมูลมาด้วยไม่สามารถถูกส่งไปได้ เหตุการณ์ที่ขนาดของ packet นั้น mismatch เป็นเรื่องปกติที่สามารถแก้ได้ด้วย Path MTU Discovery (PMTUD) แต่ firewall บางตัวทำลาย message ICMPv6 ที่ใช้ใน PMTUD ทิ้ง

ผลก็คือ session ถูกสร้างขึ้น (ดังนั้นจะไม่มีการย้อนกลับไปใช้ IPv4) แต่ตัวข้อมูลไม่สามารถถูกส่งมาได้ และ session ก็จะค้างอยู่อย่างนั้น (แต่ OS บางตัวมีระบบ PMTUD black hole detection ที่จะทำให้ข้อมูลกลับมาวิ่งต่อได้เหมือนเดิม)

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

Cricket Liu ผู้เชี่ยวชาญ DNS ตื่นเต้นที่จะเห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวัน IPv6 โลก "เราไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างเมื่อรวม AAAA record กับ A record อยู่บน server ในระดับ global" ผู้เข้าร่วมสำคัญๆ ต่างก็พยายามทำให้มันเกิดขึ้น เพื่อจะเห็นว่าจะเกิดอะไร พวกเรารู้ว่ามีกลุ่มผู้ใช้เล็กๆที่คิดว่ามี IPv6 แต่ไม่ทำงาน และก็ยังมีเรื่องที่ทั้ง client และ server มี IPv6 แต่ ISP ของทั้งคู่ไม่ได้มองหากัน"

ปัจจุบัน Liu ทำงานให้กับ Infoblox บริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ DHCP และ DNS ในการควบคุมการตั้งชื่อและที่อยู่ให้กับเครือข่ายบริษัท "พวกเราเริ่ม support IPv6 หลายปีมาแล้ว" Liu บอก "พวกเราตอนนี้เห็นความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างมากใน IPv6 แต่มีบริษัทเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่นำ IPv6 ไปใช้ทันที ส่วนใหญ่หลายๆ บริษัทยังอยู่ในช่วงศึกษารวบรวมข้อมูลกันอยู่"

"การมีชื่อแยกต่างหากสำหรับใช้งาน IPv6 อย่าง ipv6.google.com นั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในอนาคต ด้วยเหตุนี้ IPv6 จะเป็นได้เพียงพลเมืองรอง ผู้สร้าง Content ต่างๆ ก็ต้องเปิดใช้ทั้ง 2 ระบบนี้ แต่เราไม่มีทางรู้เลยว่าอะไรจะเดขึ้นบ้าง กลุ่มผู้เข้าร่วมยักษ์ใหญ่ต่างก็ร่วมมือกันสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้น เพื่อจะดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง มันคงเป็นวันที่น่าตื่นเต้นทีเดียว"

Qing Li หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ที่ Blue Coat ได้ออกความเห็นในเชิงเดียวกันว่า "ไม่มีใครสามารถมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นอนาคตได้ ซึ่งบางเรื่องอาจจะง่าย บางเรื่องอาจจะยากกว่าเก่า"

Li สนับสนุนให้ใช้โปรแกรม Proxy เป็นสื่อกลางในการแปลงไปสู่ IPv6 มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอะไร เจ้านายของเขาก็สร้าง proxy อย่างที่เขาพูดถึงขึ้นมา แต่เขาก็ชี้ให้เห็นประเด็นดีๆ เพียงแค่การเพิ่ม IPv6 เข้าไป ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำกันในวัน IPv6 โลก เป็นก้าวเล็กๆ ก้าวแรก แต่การทำให้ระบบทุกอย่างเปลี่ยนไปสู่ IPv6 เป็นสิ่งที่ยากกว่า หน้าเว็บต่างๆประกอบไปด้วยหลายๆ ชิ้นส่วนซึ่งโหลดมาจากหลายๆ server การทำให้ทั้งหมดนั้นรองรับ IPv6 คงไม่ใช่เรื่องง่าย

Li ยังเตือนผู้ที่กำลังจะซื้อ address ระบบ IPv4 "การซื้อขาย address มีความเสี่ยง address แต่ละชื่อมีประวัติของมัน มันอาจจะเป็นแหล่งของ botnet และโดน blacklist มาหลายปี การซื้อ address โดยไม่รู้ถึงอดีตของมัน ไม่ใช่ความคิดที่ดี" เขากล่าว

Li วางแผนว่าจะใช้โอกาสในวัน IPv6 โลกนี้ เพื่อดูว่าแหล่งที่ request IPv6 มาจากแหล่งไหน "จากทวีปไหน มือถือหรือPC เป็นองค์กร หรือเป็น botnet?" เขากล่าว "เราต้องการจะวิเคราะห์ภัยคุกคามต่อระบบความปลอดภัยที่เกิดขึ้นในระดับ application หลังจากการทดลอง พวกเราลงทุนลงแรงไปกับระบบความปลอดภัยบนระบบ IPv6 ในระดับ application สูงมาก"

ผู้เผยแพร่

พวกเรายังได้พูดกับ Owen DeLong "นักเผยแพร่ IPv6" จากบริษัท Hurricane Electric ที่ๆ ซึ่ง "ทุกวันเป็นวัน IPv6 โลก" Delong คาดหวังกับการทดลองว่าจะแสดงขอบเขตของปัญหาในการเชื่อมต่อจะน้อยกว่าที่คิดกันเอาไว้

"นอกจากนั้น ผมหวังว่ามันจะเป็นมากกว่าเพียงแค่แรงกระตุ้นต่อเหล่า content developer ที่จะหันมาเริ่มใช้ AAAA record" เขากล่าว

ในทางตรงกันข้าม เขาก็ไม่ได้มองโลกในแง่ดีขนาดที่จะเห็นเหล่า ISP ทั้งหลายให้การสนับสนุน IPv6 แบบ native (ตรงกันข้ามกับ tunnel) ในเร็วๆ นี้ "หลักไมล์สุดท้ายของ IPv6 ยังคงเป็นปัญหาที่แย่มากๆ ในหลายๆ ระบบยังไม่สนับสนุนระบบ IPv6 ที่เพียงพอ โดยเฉพาะในระบบ DSL และ PON (Passive Optical Networks, อย่างของ Verizon FiOS)" แม้ว่าในหลายๆ ระบบที่ใช้ DOCSIS แล้ว" เขากล่าว "การใช้ DOCSIS จำนวนมากยังเป็น DOCSIS 2.0 กันอยู่ และแม้ระบบจัดการบริหารของ DOCSIS 3.0 จะยังไม่พร้อมสำหรับ IPv6 แต่อย่างน้อยคนดูแลเรื่อง CPE (Customer Premises Equipment) รู้ถึงความสำคัญของมันแล้ว แม้มันอาจจะสายไป 12 ถึง 18 เดือนก็ตาม"

ที่ผิดปกติคือ ความจริงที่ว่าเรากำลังเฝ้าดูไม่กี่เดือนสุดท้ายของ IPv4 และดึงความสนใจมาที่ IPv6 สำเร็จ ซึ่งนั่นไม่ได้ใช้เวลาหลายปี แต่การลดลงของ address IPv4 ในคลังทำให้มันยากที่จะเริ่มใช้งาน IPv6 ทั้งหมดนี้ IPv6 ไม่ได้ทำให้คุยเข้าสู่ระบบ IPv4 ได้ จึงมีความพยายามที่จะรักษา IPv4 ไว้อยู่ ด้วย Carrier Grade หรือ Large Scale Network Address Translators (CGNs/ LSNs) โดยใช้ layer จำนวนมากของ Network Address Translation (NAT)  เพื่อแปลง address ของผู้ใช้จำนวนมากสู่ IPv4 ที่มีอยู่เพียงน้อยนิด นี่จะทำให้เสียทั้งเวลาและเงิน ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการเปิดใช้ IPv6 ได้

นี่ทำให้เสียเวลา จากคำบอกเล่าจาก DeLong "LSN, NAT64 , และบริการอื่นๆ ต่างก็ทำให้ประสิทธิภาพลดลงอย่างมาก ผมคิดว่าทางออกเพียงอย่างเดียวที่จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาการหมดลงของ IPv4 คือการย้ายไปใช้ IPv6 ความพยายามทุกสิ่งตอนนี้ต่างพยายามปิดปากแผลบนหลอดเลือดหัวใจ แต่คนไข้ก็ยังมีอาการสูญเสียเลือดอย่างหนัก IPv4 ไม่มีทางที่จะอยู่รอดต่อไปได้จากจุดที่เป็นอยู่นี้ ไม่ว่าพวกเราจะทำอะไรก็ตาม"

แต่ก็ยังมีข่าวดี "ผมคิดว่าในไม่กี่ปีข้างหน้ากำลังจะเป็นที่น่าจับตามอง" เขากล่าว "ผมคาดหวังที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลง เพราะผมคิดว่า เรากำลังอยู่บนขอบของการนำนวัตกรรมใหม่ที่แท้จริงกลับมาสู่อินเทอร์เนต และทำลายข้อจำกัดจำนวนมากที่ใช้กันมากว่า 20 ปี"

Hurricane Electric รับมือกับ IPv6 traffic เป็น Gbps อยู่เป็นประจำ ซึ่งจะนำไปสู่การก้าวกระโดดไปยัง WIPv6D ด้วยว่าผู้ใช้ IPv6 สามารถเข้าถึงที่หมายที่เป็น IPv6 ด้วยกันได้มากขึ้้น อย่างไรก็ตาม DeLong ไม่ได้กังวลกับ traffic ที่เพิ่มขึ้น "ปริมาณ traffic ของ IPv6 จะมาแทนที่ IPv4 เพราะฉะนั้นผลรวมของ traffic จะเท่าเดิม" เขากล่าว

ประเด็นต่างๆ 

ในบางกรณี ความพยายามที่จะใช้งาน IPv6 ก็เหมือนกับ Zeno's paradox of the tortoise and Achilles แนวคิดการทดลองในอดีต เต่าท้าแข่งกับ Achilles อ้างว่าแม้ผู้ไร้เทียมทานอย่าง Achilles จะไวกว่ามาก แต่เขาไม่มีทางจะชนะการแข่งขันได้ ถ้าเต่าได้เริ่มออกตัวก่อน ท้ายที่สุด Achilles ก็ให้เต่าได้ออกตัวก่อนเป็นระยะ 10 เมตร ซึ่งหมายความว่า เต่าต้องเดินต่ออีกเพียง 1 เ้มตรเพื่อถึงเส้นชัย เมื่อเริ่มแข่ง Achilles ต้องวิ่งในส่วนของระยะห่างที่ต่อให้ ซึ่งทุกๆ เมตรที่เขาวิ่งได้ เต่าก็จะอยู่ไกลขึ้นทีละ 0.1 เมตร และเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนระยะทิ้งกันไม่มีที่สิ้นสุด Achilles ไม่มีทางชนะเต่าได้เลย

ในทำนองเดียวกัน ไม่ว่า feature อะไรจะถูกใส่ไว้ใน IPv6 สิ่งใหม่ๆ ที่ถูกใส่ไว้ใน IPv4 ก็จะต้องใส่เข้าไปใน IPv6 ด้วย ก่อนที่ protocol ใหม่นี้จะทัดเทียมกับอันเก่า

เรื่องมันแย่ลงไปอีก ในช่วงแรกของการเริ่มใช้ IPv6 ได้รับการพยุงโดย tunnel ที่แปลงระบบ IPv4 เป็น IPv6 ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ มันมีระบบการแปลงอัตโนมัตินี้อยู่ 2 แบบดังๆ นั่นคือ 6to4 และ Teredo ข้อแตกต่างคือ 6to4 ต้องการ address IPv4 ที่เป็น public นั่นหมายความว่าจะใช้งานมันได้กับ router ตามบ้าน (หรือคอมพิวเตอร์) ที่ต่อเข้ากับอินเทอร์เนตตรงๆ ส่วน Teredo จะทำงานผ่านระบบ IPv4 NAT protocol เหล่านี้ ต่างๆก็ได้รับคำวิจารณ์แย่ๆ จากสื่อในทุกวันนี้ ซึ่งมันไม่ยุติธรรมเลย เพราะ protocol เหล่านี้มีประโยชน์มากและยังเป็นวิธีที่รวดเร็วและง่ายที่สุดในการเชื่อมต่อสู่ระบบ IPv6

ปัญหาคือ Apple เปิดระบบ 6to4 โดย default ใน Airport Extreme มาซักระยะแล้ว และ Microsoft ก็เปิดทั้ง 6to4 และ Teredo โดย default บน Windows ที่เปิดใช้งาน IPv6 (นั่นควรเป็น XP หลังจาก IPv6 เปิดใช้งานใน Vista กับ 7 นอกจากว่ามันจะโดนสั่งปิดการทำงาน) ในบทความนี้ Geoff Hustom เปิดเผยการทำงานที่แย่อย่างน่าประหลาดใจของ Teredo ในสถานการณ์จริงว่า มันล้มเหลวกว่า 37% ของเวลาใช้งาน และมันทำงานช้ากว่า IPv4 หรือ IPv6 ธรรมดาเสียอีก แต่อย่างน้อย แม้ว่า Windows Vista และ 7 ต่างเปิดใช้งาน Teredo ตั้งแต่ลงเสร็จใหม่ๆ แต่มันก็ถูกตั้งมาให้เลี่ยงการใช้งาน เพราะ Windows จะเลี่ยง address IPv6 ใน DNS ถ้าในเครื่องมีเพียงแต่ Teredo

แม้ว่า Windows ไม่ได้ไม่สนใจ IPv6 address ใน DNS ถ้ามันสามารถเปิดการเชื่อมต่อโดยใช้ 6to4 ได้ มันจะเลือกการเชื่อมต่อแบบ IPv4-to-IPv4 มากกว่า 6to4-toIPv6 Mac OS 10.6 ได้รับการ update ให้ทำเช่นเดียวกัน ดังนั้นล้อเสริมเหล่านี้ควรจะถูกถอดออกได้แล้ว และไม่ควรจะจบที่การเลือกจะใช้ IPv4 หรือ IPv6 เป็นล้อหลัก

ในการนำเสนอที่ การประชุม RIPE เมื่อพฤษจิกายนปีที่แล้ว Tore Anderson ได้เปิดเผยให้เห็นถึง interaction อย่างละเอียดระหว่างพฤติกรรมของ DNS แบบกึ่ง optimal กับ 6to4/Teredo และกับ IPv6 แท้ๆ กับ 6to4/Teredo ซึ่งในแบบแรกได้รับการใช้งานใน Mac OS, Firefox, และ Opera update ดังนั้นถ้าคาดเดาว่าทุกคนที่ใช้ของทุกอย่างที่เป็นรุ่นล่าสุด จำนวนของผู้ใช้ที่พบปัญหาในวัน IPv6 โลกจะต่ำเพียง 0.04% ซึ่งเราจะได้เห็นกัน

ทางออกของปัญหา

วิธีที่ดีวิธีหนึ่งในการดูว่าระบบของคุณจะทำงานอย่างไรในวัน IPv6 โลกคือการเช็ค IPv6 eyechart ของ RIPE หน้าเว็บนี้จะโหลดรูปภาพจาก 42 แหล่งที่เปิดใช้งานเป็น dual stack และจาก 13 ผู้เข้าร่วม WIPv6D ถ้ารูปภาพถูกโหลดสำเร็จ จะขึ้น badge สีเขียวขึ้นมา แต่ถ้าใช้เวลาโหลดนานผิดปกติ badge สีแดงจะขึ้นมาแทน ถ้าทุกอย่างเป็นสีเขียวแสดงว่าคุณไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าคุณเชื่อมต่อผ่าน IPv6 ไม่สำเร็จ คุณจะเจอกับ badge ทั้ง 42 ในสีแดง คุณอาจจะเจอเพียงบางตัวที่ขึ้นสีแดงในกรณีของการ localize

ถ้าคุณเห็น badge สีแดงมากกว่า 2 คุณอาจจะต้องศึกษาจาก ARIN's IPv6 wiki ที่เก็บลิสต์ของปัญหาไว้เป็นจำนวนมากทั้งปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์, ซอฟท์แวร์, OS, และISP ถ้าคุณใช้งาน Windows การแก้ปัญหาแบบรวดเร็วและชั่วคราวคือ เว็บ Microsoft Support การปรับปรุงประกอบไปด้วยเครื่องมือตัวเล็กๆ ที่ทำให้ระบบเลือกที่จะใช้ IPv4 แทน IPv6 จนกกว่าจะถึง WIPv6D หลังจากวันนั้น IPv6 จะถูกเลือกแทน IPv4

เพราะว่าหน้าเว็บของ eyechart จะต้องเข้าถึงได้โดยกลุ่มคนที่ไม่มี IPv6 หรือก็คือมีเพียง IPv4 ดังนั้นมันไม่สามารถที่จะใช้ในการมองภาพรวมของ reachability บนระบบที่มี IPv6 เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณกำลังใช้งานระบบ IPv6 หรือ dual stack อยู่ คุณสามารถเช็คกับ ipv6.ipv6eyechart.ripe.net ได้ เป็นที่ชัดเจนว่า มีเพียงบางผู้เข้าร่วมวัน IPv6 โลกที่ไม่อยากรอ เพราะพวกเขาสามารถทำให้ขึ้นสีเขียวได้หมดแล้ว แต่ก็ยังมีกลุ่มที่ยังไม่สามารถทำให้เชื่อมต่อได้ผ่าน IPv6 เช่นกัน

ถ้าทั้งหมดนี้สร้างแรงบันดาลใจให้คุณเข้าร่วมความสนุกของ IPv6 แต่ ISP ของคุณยังไม่เปิดให้บริการระบบ IPv6 วิธีที่ดีที่สุดคือการย้ายไปใช้ tunnel broker พวกนี้จะให้บริการ tunnel แบบ 1 ต่อ 1 ซึ่งวางใจได้มากกว่า tunnel แบบอัตโนมัติ แต่ข้อเสียเสียคือ จะต้องไปปรับค่า tunnel แบบ manual เองและบ่อยครั้งจะต้องลง driver เพิ่มเติม แต่ถ้าคุณมี address IPv4 แบบ static tunnelbroker.net ของ Hurricane Electric เป็นที่ที่ดีที่จะใช้ tunnel SixXS ก็เสนอ tunnel แบบอะไรในอะไรก็ได้ ซึ่งใช้การ encapsulation ของ UDP เพื่อที่จะทำงานได้ดีกว่าบน NAT นี่ทำให้ค้นพบที่ปลายทาง tunnel แบบ กัnamic ทำให้ static IPv4 ไม่มีความจำเป็นต้องใช้


อ่านเพิ่มเติม

Source: http://arstechnica.com/business/news/2011/06/google-yahoo-facebook-turn-on-ipv6-for-a-day-tomorrow.ars

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น